ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ควรมีในบ้าน ดูดสารพิษได้ แต่งบ้านก็สวย

ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ควรมีในบ้าน ดูดสารพิษได้ แต่งบ้านก็สวย

มลภาวะทางอากาศในเมืองไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกที ทั้งฝุ่น PM2.5 และเขม่าควันจากยวดยานพาหนะ ที่เป็นตัวการหลักทำให้อากาศบริสุทธิ์หดหายไปเรื่อย ๆ หลายคนเริ่มหันมาพึ่งพาเครื่องฟอกอากาศ (คลิกอ่าน 10 เครื่องฟอกอากาศกรองฝุ่น PM2.5 พร้อมดักจับเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้) แต่ก็มีคนที่เริ่มหันมาปลูกและสนใจ ต้นไม้ฟอกอากาศ ภายในบ้านเพื่อดูดซับสารพิษต่าง ๆ กันมากขึ้นจนเกิดเป็นเทรนด์ฮิตขึ้นมา

ซึ่งจากรายงานเรื่อง Interior Landscape Plants for Indoor Air Pollution
Abatement เป็นการศึกษาค้นคว้าขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ
หรือองค์การนาซา (NASA) ร่วมกับ Associated Landscape Contractors of
America (ALCA) ได้ค้นพบว่า ไม้ประดับธรรมดาที่ปลูกในบ้านหรือที่เราใช้ตกแต่ง
ห้อง ต่าง ๆ ของเรานี่แหละ มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่
ในอากาศ เช่น สารฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน เบนซิน และสารมลพิษอื่น ๆ เรา
มาดูตัวอย่างบางส่วนของต้นไม้ฟอกอากาศที่ดีที่สุดที่ได้รับการยอมรับจากนาซาว่า
สามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้จริง และเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างทั่วโลก และยังช่วย
ให้ห้องเราสวยงามขึ้นอีกเป็นกองเลยล่ะ

1. เดหลี

 เดหลี (Peace Lily, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Spathiphyllum Species) ต้นไม้ในร่มที่ช่วย
ดูดซับและกำจัดสารเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน แอมโมเนีย ไซลีน โทลู
อีน และสารมลพิษอื่น ๆ ในอากาศได้ มีอายุหลายปี สีขาวสวย มีกลิ่นหอม ความสูง
ประมาณ 40-70 เซนติเมตร ปลูกใส่กระถางสานเก๋ ๆ ไว้ในห้องได้

วิธีปลูกต้นเดหลี
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง หรือ 2 วันต่อครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 16-32 องศาเซลเซียส

2. เบญจมาศ

เบญจมาศ (Chrysanthemum, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Dendranthemum

grandifflora) ไม้ดอกสีสันสดใสที่คนชอบปลูกในบ้าน มีส่วนช่วยในการกรองสารพิษ

อย่าง แอมโมเนียและเบนซีน ซึ่งเป็นสารพิษที่พบมากในพลาสติก ผงซักฟอก และกาว

ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย มีหลายสายพันธุ์ มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 75-80 เซนติเมตร ปลูก

จนโตเต็มที่แล้วก็ตัดมาเสียบแจกันประดับตกแต่งบ้านหรือห้องพักได้อีกด้วย

วิธีปลูกเบญจมาศ
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : กลางแจ้ง ริมระเบียง หรือปลูกในห้องนั่งเล่น,ห้องครัว
แสง : ชอบแดดจัด
การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
 อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-45 องศาเซลเซียส

3. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง

ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hedera helix) ช่วยดูดซับและกำจัด

สารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และโทลูอีน ออกจากอากาศได้

เป็นไม้เถาเลื้อย ใบเป็นแฉกคล้ายใบตำลึง มีหลากสี หลายพันธุ์ ปรับตัวได้ดี ดูแลไม่

ยาก ได้รับความนิยมในการนำไปปลูกเพื่อแต่งบ้านในแถบยุโรป จับมาใส่กระถางวาง

บนชั้นให้ใบค่อย ๆ ห้อยลงมาก็สวยไปอีกแบบ

วิธีปลูกต้นตีนตุ๊กแกฝรั่ง
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-30 องศาเซลเซียส

4. ลิ้นมังกร

ลิ้นมังกร (Snake plant หรือ Mother-in-law’s tongue, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ

Sansevieria laurentii) พืชในร่มที่แข็งแรงและสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องดูแลเยอะ

มีอายุอยู่ได้หลายปี สามารถกำจัดสารพิษที่ระเหยอยู่ในอากาศได้อย่างดี และยังช่วย

ผลิตออกซิเจนที่บริสุทธิ์ในเวลากลางคืนด้วย ใบเป็นรูปหอก แข็ง หนา ตั้งตรง มี

ลวดลาย สีเขียวเข้มอมเทา พร้อมแถบสีเขียวอ่อนพาด หลายคนจึงนิยมนำมาประดับ

ตกแต่งห้อง

วิธีปลูกลิ้นมังกร
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องน้ำ
แสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 5-45 องศาเซลเซียส

5. เยอบีรา

 เยอบีรา (Gerbera Daisy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Gerbera Jamesonii) ช่วยดูดซึมสาร
พิษในอากาศและผลิตออกซิเจนในระดับสูงตอนกลางคืน เป็นประโยชน์อย่างมาก
สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือผู้ที่มีอาการหายใจผิดปกติ เป็นไม้ดอกที่
นิยมนำมาประดับตกแต่งสวน แต่ดอกที่บานไม่ทนนาน ร่วงเร็ว จึงดูแลรักษาค่อนข้าง
ยาก

วิธีปลูกเยอบีรา
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
แสง : ใต้ร่มเงา, แสงแดดรำไร
การรดน้ำ: 2-3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-25 องศาเซลเซียส

6. พลูด่าง

พลูด่าง (Money Plant หรือ Devil’s ivy, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Epipremnum

aureum) สามารถกำจัดสารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ที่อยู่ในอากาศ

ได้ ปลูกง่าย ตายยาก เหมาะปลูกในอาคารหรือที่อยู่อาศัย มีข้อควรระวังเล็กน้อย คือ

ใบเป็นพิษต่อเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง หากมีสัตว์เลี้ยงต้องปลูกให้สูงขึ้นสักนิดนะคะ

วิธีปลูกพลูด่าง
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ที่ไหนก็ได้ แต่ให้ห่างจากเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง
แสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-45 องศาเซลเซียส

7. แก้วกาญจนา

แก้วกาญจนา อโกลนีมา หรือเขียวหมื่นปี (Aglaonema หรือ Chinese Evergreen,

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Aglaonema commutatum) ช่วยกำจัดเบนซีนและ

ฟอร์มาลดีไฮด์ รวมถึงสร้างออกซิเจนในปริมาณมากด้วย มีพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากกว่า

100 สายพันธุ์ สีสันฉูดฉาดสวยงาม แต่งบ้านได้หลายมุม แต่ผลัดใบง่าย ต้องดูแลเป็น

พิเศษ

วิธีปลูกแก้วกาญจนา
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

8. เศรษฐีเรือนใน

เศรษฐีเรือนใน (Spider plant หรือ Airplane Plant, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ

Chlorophytum comosum) สามารถกำจัดสาร VOC หรือสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่มัก

พบในสารประกอบหรือสารทำละลายในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึง

คาร์บอนมอนอกไซด์และไซลีนด้วย เป็นพุ่มใบเรียวสีเขียว-เหลือง โค้งงอแผ่ขยายลง

ด้านล่าง ปลูกในกระถางเล็ก ๆ ก็น่ารักน่าเอ็นดู

วิธีปลูกเศรษฐีเรือนใน
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
 การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

9. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Aloe barbadensis mill) พืชที่มี

สรรพคุณครอบจักรวาล นำมาใช้รักษาโรคตั้งแต่สมัยโบราณ ทนทานต่อทุกสภาพ

อากาศ และมีประสิทธิภาพในการกำจัดเบนซีนและฟอร์มาลดีไฮด์ เนื้อข้างในยัง

สามารถนำไปทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มได้หลายเมนูด้วย

วิธีปลูกว่านหางจระเข้
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
 สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงแดดรำไร
 การรดน้ำ : 2 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง
 อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-45 องศาเซลเซียส

10. จั๋ง

จั๋ง (Broad Lady Palm หรือ Bamboo palm, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Chamaedorea

seifrizii) ช่วยดูดซับและกำจัดเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และโท

ลูอีน ในอากาศ ช่วยลดระดับแอมโมเนียที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลาย

ประเภทได้ด้วย ลักษณะต้นเป็นกอ สูงประมาณ 2-4 เมตร ใบเป็นแฉกคล้ายพัด สีเขียว

เข้มเป็นมัน ปลูกในภาชนะสาน หรือไม้ จะช่วยแต่งห้องให้ดูมินิมอลมากขึ้น

วิธีปลูกจั๋ง
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ทางเข้าบ้าน
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : 2-3 วันต่อครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-35 องศาเซลเซียส

11. ยางอินเดีย

ยางอินเดีย (Rubber Plant หรือ India Rubber Fig, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Ficus

elastica) ด้วยใบที่มีขนาดใหญ่ จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซับและกำจัด

ฟอร์มาลดีไฮด์ สารเคมี รวมถึงช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และเปลี่ยนให้เป็น

ออกซิเจนที่บริสุทธิ์ และยังสามารถกำจัดแบคทีเรียและสปอร์ของเชื้อราในอากาศได้

อีกด้วย เป็นไม้ยืนต้น ใบกลมหนา สีต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น เขียว เหลือง และแดง

เรามักจะเห็นบ่อยตามคาเฟ่ หากใครอยากแต่งห้องครัวสไตล์คาเฟ่เก๋ ๆ ต้องซื้อมาลอง

วิธีปลูกยางอินเดีย
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม, ในสวนที่มีพื้นที่ เพราะต้นยางอินเดียสามารถสูงได้ถึง 1-2 เมตร จึงควรเลือกปลูกในบริเวณที่มีพื้นที่
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : 3 วันต่อครั้ง หรือรดเมื่อดินแห้งสนิท
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 12-30 องศาเซลเซียส

12. หน้าวัว

หน้าวัว (Anthurium, Flamingo Flower หรือ Pigg-tail flower, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ

Anthurium andraeanum) เป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับแต่งบ้านที่ช่วยดูดซับและ

กำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน และโทลูอีน ในอากาศได้ ใบสวยงามแต่แตก

ต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นรูปหัวใจ ดอกออกเหนือก้านใบ ออกได้ตลอดทั้งปี ปลูกติดบ้านไว้

มองเห็นตอนไหนก็ชื่นใจแน่นอน

 วิธีการปลูกหน้าวัว
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
 การรดน้ำ : วันละ 1 ครั้ง
 อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

13. ฟิโลเดนดรอน ใบหัวใจ

ฟิโลเดนดรอน ใบหัวใจ (Philodendron Heartleaf หรือ Sweetheart plant, ชื่อ

วิทยาศาสตร์คือ Philodendron cordatum) มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

ฟอร์มาลดีไฮด์โดยเฉพาะ ลักษณะเป็นไม้เลื้อย ใบรูปหัวใจสีเขียวสดใส ใบใหญ่

สวยงาม เข้ากันดีกับการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ ปูนเปลือย ทำให้บ้านดูเท่และสดชื่นขึ้น

วิธีปลูกฟิโลเดนดรอน
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : 3-4 วันต่อครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

14. เฟิร์นบอสตัน

เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern หรือ Fishbone Fern, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ
Nephrolepis exaltata) ช่วยกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน โทลูอีน และเชื้อโรคใน
อากาศ เชื้อรา แบคทีเรีย จากอากาศภายในอาคาร ลักษณะต้นเป็นพุ่มสวยงาม ใบทึบ
แน่น โค้ง และแข็ง ลักษณะคล้ายใบมะขาม นำมาแต่งห้องสีขาวก็จะช่วยเพิ่มสีเขียวให้
ห้องดูสดชื่นขึ้นเยอะ

วิธีปลูกเฟิร์นบอสตันในบ้าน
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : ในร่ม ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น
สภาพแสง : ใต้ร่มเงา, แสงประดิษฐ์
การรดน้ำ : วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-35 องศาเซลเซียส

15. ไทรย้อยใบแหลม

ไทรย้อยใบแหลม (Weeping Fig, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Ficus benjamina) สามารถ

กำจัดเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ได้ เป็นไม้ยืนต้น ใบหนาเป็นมัน ปรับ

ตัวได้ดีกับทุกสภาพอากาศ จึงได้รับความนิยมนำมาปลูกเป็นอย่างมาก

วิธีปลูกไทรย้อยใบแหลม
ตำแหน่งที่ควรปลูก : ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
พื้นที่และตำแหน่งที่ควรปลูก : กลางแจ้ง ห้องนั่งเล่น, ริมระเบียงที่รับแสง
สภาพแสง : แดดจ้า, แสงแดดรำไร
การรดน้ำ : 3-4 วันต่อครั้ง
อุณหภูมิที่เติบโตดี : 15-30 องศาเซลเซียส

เพราะการอยู่บ้านที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่สำคัญ เราจึงอยากให้ทุกคนหัน

มาสนใจเรื่อง ต้นไม้ฟอกอากาศ กัน ยิ่งมีการรับรองจากนาซาด้วยแล้วว่า ต้นไม้เหล่านี้

สามารถกำจัดสารพิษและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่คุณได้จริง จะรอช้าอยู่ไย ไปปลูก

ต้นไม้เหล่านี้ในบ้านของคุณกันเถอะ

ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ควรมีในบ้าน ดูดสารพิษได้ แต่งบ้านก็สวย ออกแบบบริเวณบ้าน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *