ล่าแสงเหนือ นอร์เวย์

ล่าแสงเหนือ นอร์เวย์ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่หลายคนใฝ่ฝัน ต้องมีแสงเหนือ นอร์เวย์ติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน แม้ว่าบนโลกนี้จะมีประเทศน่าเที่ยวมากมาย ด้วยความสวยงามของปรากฏการณ์ที่เราเรียกว่าแสงเหนือหรือ Aurora Borealis ทำให้แสงเหนือกลายเป็นที่ที่เราต้องลองมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งเกาะสวรรค์แห่งกระบี่

แสงเหนือ คือ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงสีเขียว สีฟ้า สีชมพูไปจนถึงสีม่วงเกิดขึ้นอยู่บนท้องฟ้าคล้ายกับมีคนเอาพู่กันมาระบายสีท้องฟ้าให้กลายเป็นงานศิลปะ คนที่รักการถ่ายรูปจะต้องหาโอกาสไปตามล่าหาแสงเหนือกันสักครั้งในชีวิตเพราะนี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลก ตามล่าหาแสงเหนือ นอร์เวย์ กับ 5 พิกัดชมแสงเหนือที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปด้วยกันเลย

ปรากฏการออโรรา นี้ เป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่น่าทึ่งที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก แสงออโรรานั้นเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก (Altitudes) ประมาณ 100-200 กิโลเมตร ที่อยู่บริเวณบรรยากาศชั้นบนที่อยู่ใกล้กับอวกาศ และ ออโรรา ที่เกิดในแถบขั้วเหนือ มักมีแสงสีเขียวหรือแสงสีม่วงเป็นส่วนใหญ่ ส่วนในแถบขั้วโลกใต้มักเกิดเป็นแสงสีแดงและสูงขึ้นไป 300-500 กิโลเมตร

ปรากฏการออโรรา

เวลาในการเกิดแสงออโรรา

-ออโรราจะปรากฏบ่อยครั้ง ตั้งแต่เวลา 22.00 น ถึง เที่ยงคืน

-ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงจนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ ในเดือนตุลาคม กุมภาพันธ์ และ มีนาคม เป็นเดือนที่เหมาะสำหรับการชมออโรราทางซีกโลกเหนือ

แท้ๆจริงแล้วยังมีแสงใต้ด้วย โดยแสงเหนือ แสงใต้ สามารถเรียกรวมกันได้ว่าเป็นแสงขั้วโลกหรือแสงออโรร่า (Aurora) เนื่องจากเกิดขึ้นแค่เฉพาะแถบขั้วโลกเท่านั้น แสงเหนือจะเกิดบริเวณแถบขั้วโลกเหนือ (Arctic) เช่น ประเทศแคนาดา, กรีนแลนด์, รัฐอะแลสกาในสหรัฐอเมริกา, ไอซ์แลนด์, สวีเดน, ฟินแลนด์รวมถึงนอร์เวย์นี่เอง ส่วนแสงใต้จะเกิดในแถบขั้วโลกใต้ (Antarctica) สามารถมองเห็นแสงใต้ได้ที่ประเทศนิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย เป็นต้น

สำหรับที่มาที่ไปของแสงออโรร่าสวยๆ นั้น เกิดจากดวงอาทิตย์ระเบิดที่พื้นผิวของตัวเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติและเมื่อดวงอาทิตย์ปะทุระเบิดก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า ลมสุริยะ (Solar Wind) ออกมาซึ่งเป็นอนุภาคประจุไฟฟ้าที่ถูกปล่อยมาด้วยความเร็วสูง จากนั้นลมสุริยะนี้จะมีการพุ่งเข้ามาที่โลก พุ่งตรงมาที่ขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งขั้วแม่เหล็กของโลกเราจะมีขั้วแม่เหล็กใต้อยู่ที่ขั้วโลกเหนือและขั้วแม่เหล็กเหนืออยู่ที่ขั้วโลกใต้ ด้วยความเร็วสูงมากๆ ของลมสุริยะที่พุ่งเข้ามาหาขั้วแม่เหล็ก จึงทำให้เกิดเป็นแสงสีสวยๆ ที่เราได้เห็นกันคือ แสงเหนือ แสงใต้ นั่นเอง

ล่าแสงเหนือ นอร์เวย์

Svalbard

1 : Svalbard

เริ่มต้นทริปตามล่าแสงเหนือ นอร์เวย์กันที่หมู่เกาะใจกลางขั้วโลกเหนือที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่าดินแดนหมีขาว อยู่ห่างไกลฝั่งนอร์เวย์ไปทางเหนือ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในนอร์เวย์ที่ผู้คนนิยมมาดูแสงเหนือสวยๆ

สำหรับเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะคือเมือง Longyearbyen มีสถานที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ไม่ต้องกังวลว่าจะลำบากเลยล่ะ หมู่เกาะแห่งนี้เป็นหมู่เกาะที่ใกล้ขั้วโลกเหนือที่สุด อากาศหนาวถึงหนาวมาก อาจจะได้เจอกับความหนาวที่ติดลบ 20 องศา นอกจากนี้ยังมีหมีขาวขั้วโลกเหนืออาศัยอยู่ รวมทั้งกวางเรนเดียร์และสุนัขจิ้งจอก ในวันที่ท้องฟ้าเปิดและมืดสนิท พร้อมกับค่า Kp ที่ 2-3 คุณมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือแน่นอน ยิ่งเดินทางออกจากตัวเมืองที่ไร้แสงไฟบ้านเรือนรบกวน จะยิ่งมีโอกาสเห็นได้ชัดมากขึ้น

การเดินทาง : เดินทางมาลงที่เมือง Longyearbyen จากนั้นสามารถเดินทางต่อได้ด้วยรถเมล์หรือรถแท็กซี่เข้าสู่ตัวเมือง

2 : Tromsø

มาถึง Tromsø พิกัดที่ตามล่าแสงเหนือ นอร์เวย์ยอดฮิตที่ใครๆ ต่างก็คิดถึงที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอยู่แล้ว การเดินทางคมนาคมภายในเมืองก็สะดวก อาหารที่พักราคาไม่แพงมาก นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศดี ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา จะได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมือง มีตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสและน่ารัก แถมยังดังเรื่องวาฬที่อาศัยอยู่บริเวณรอบตัวเมือง สามารถนั่งเรือไปดูวาฬได้ด้วย

ที่สำคัญยังสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ที่นี่ โดยต้องนั่งรถออกไปนอกตัวเมืองประมาณ 30 นาทีให้ห่างจากแสงไฟก็จะสามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจนในค่ำคืนที่ฟ้าเป็นใจ ขอบอกเลยว่าแสงเหนือของที่นี่จะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน

ข้อมูลของการเดินทาง : นั่งเครื่องบินจากสนามบิน Oslo สู่ Tromso ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากนั้นสามารถนั่ง Shuttle bus เข้าตัวเมืองได้เลย

 3 : Lofoten Islands

Lofoten Islands เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นพิกัดดูแสงเหนือ นอร์เวย์อีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด โดยหมู่เกาะแห่งนี้มีเมืองเล็กๆ ที่สวยงามหลายเมืองด้วยกัน เช่น Hamnøy, Sakrisøy, Reine

วิวทิวทัศน์ความสวยงามของหมู่เกาะ Lofoten คือวิวทิวทัศน์ที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด มีภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะแถมยังรายล้อมไปด้วยน้ำทะเลซึ่งเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง มองไปแล้วงดงามจริงๆ ใครที่รักการถ่ายรูปคงได้ถ่ายรูปกันจนการ์ดความจำเต็มแน่นอน ด้วยความสวยงามของเมืองประกอบกับภูมิอากาศที่เป็นใจ ที่นี่เลยเป็นจุดชมวิวแสงเหนืออีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยม คุณจะได้มองเห็นแสงเหนือที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีพื้นหลังเป็นภูมิประเทศสวยๆ ฟินสุดๆ ไปเลย

ข้อมูลการเดินทาง : เริ่มจากนั่งเครื่องบินจากสนามบิน Oslo สู่ Lofoten Islands หรือล่องเรือก็ได้ จากนั้นแนะนำว่าควรเช่ารถ เนื่องจากการเดินทางในหมู่เกาะอาจจะลำบาก การเช่ารถขับชมเมืองสะดวกที่สุด

4 : Flakstad

โดยพิกัดที่ 4 ในการดูแสงเหนือ นอร์เวย์ Flakstad เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งอยู่ใน Lofoten Islands ที่มีความสวยงามมากๆ โดยไฮไลท์ของ Flakstad คือชายหาดที่เรียกว่า Skagsanden beach เป็นชายหาดที่สวยงาม

ในช่วงหน้าหนาวชายหาดจะมีน้ำแข็งเกาะ มองเห็นภูเขาสวยๆ ที่อยู่ด้านหน้า ยิ่งยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าจะได้เห็นแสงสีทองของพระอาทิตย์สะท้อนกับพื้นน้ำและชายหาด เป็นวิวที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว ที่สำคัญคือชายหาดแห่งนี้ยังเหมาะมากในการดูแสงเหนือและถ่ายรูปแสงเหนือสวยๆ นี่คือหนึ่งในพิกัดดูแสงเหนือนอร์เวย์ที่สวยที่สุด

ข้อมูลการเดินทาง : นั่งเครื่องบินจากสนามบิน Oslo สู่ Lofoten Islands จากนั้นเช่ารถขับมาที่ Flakstad ได้เลย

5 : Andenes

พิกัดสุดท้ายของการดูแสงเหนือ นอร์เวย์ เราขอแนะนำเมือง Andenes อยู่บนเกาะ Andoy ซึ่งเป็นเมืองชื่อดังในการมาตามล่าหาแสงเหรือดูออโรร่าสวยๆ กันได้ที่นี่ สำหรับเมืองนี้หากวันใดฟ้าเปิดก็ได้ดูแสงเหนือกันแทบทุกคืน

ท่องเที่ยวที่เมืองนี้ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ไปด้วยกัน มีพิพิธภัณฑ์อันเนยที่จัดแสดงเกี่ยวกับพรานนักล่าในนอร์เวย์ มีพิพิธภัณฑ์ Polar ให้คุณได้เรียนรู้กี่ยวกับแสงเหนือมากยิ่งขึ้นหรือจะแวะไปที่ศูนย์การศึกษายานอวกาศออโรร่าก็ได้เช่นกัน

ข้อมูลการเดินทาง : โดยที่เริ่มจากนั่งเครื่องบินจาก Oslo สู่เกาะ Andoy ได้เลย จากนั้นแนะนำว่าควรเช่ารถเที่ยวในเมืองจะสะดวกที่สุด


ข้อควรรู้ก่อนไปดูแสงเหนือ

  • ข้อควรรู้ก่อนไปดูแสงเหนือ

ต้องเข้าใจก่อนว่าแสงเหนือ แสงใต้คือปรากฎการณ์ธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย มีหลายคนที่เตรียมตัวและตั้งใจไปดูแสงเหนือกันเต็มที่แต่กลับต้องผิดหวัง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ ดูพยากรณ์แสงเหนือก่อนที่จะเดินทางไป

  1. แสงเหนือจะเกิดตอนกลางคืน เวลาที่ฟ้าเปิด ช่วงเวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
  2. ช่วงเวลาเหมาะสมในการเดินทางไปตามล่าแสงเหนือคือเดือนตุลาคม – เดือนมีนาคม
  3. ตัววัดค่าการเกิดแสงเหนือ คือ ค่า Kp index เป็นค่าที่วัดความเข้มข้นของแสงเหนือ เช่น มีค่า Kp 1 อาจจะเห็นได้บางส่วนของประเทศ แต่ถ้าเข้มข้นถึง Kp 3 ก็จะได้เห็นทั่วประเทศ

Tips : การล่าแสงเหนือ

เทคนิควิธีการถ่ายรูปให้ติดแสงเหนือ หากใช้กล้องถ่ายโหมด Auto หรือใช้โทรศัพท์มือถืออาจจะไม่คมชัด ภาพเบลอ แต่ถ้าอยากถ่ายภาพแสงเหนือสวยๆ ควรพกกล้อง DSLR, Mirrorless และขาตั้งกล้องที่แข็งแรงไป วิธีการตั้งค่ากล้อง แนะนำดังนี้ ตั้งเป็นโหมดแมนนวล (Manual) ปรับโฟกัสให้เป็น Focus to Infinity ใช้ F ที่ 2.8 ส่วน Speed Shutter อยู่ที่ประมาณ 5-10 วินาที ISO 2,500 ขึ้นไป บาคาร่าหรือใช้กล้อง GoPro ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการถ่ายรูปแสงเหนือสวยๆ ได้

สำหรับสภาพอากาศช่วงเวลาที่เหมาะกับการดูแสงเหนือ นอร์เวย์จะอยู่ในช่วงต้นฤดูหนาวไปจนถึงเดือนมีนาคม ช่วงเดือนตุลาคมอุณหภูมิยังอยู่ในเลขตัวเดียวประมาณ 0-6 องศาเซลเซียส แต่พอเข้าเดือนธันาวาคม มกราคม อากาศจะเริ่มติดลบ อาจจะเจออุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นต้องเตรียมเครื่องแต่งกายไปให้พร้อม ควรมีเสื้อกล้ามหรือฮีทเทคด้านใน เสื้อนอกใส่ลำลอง ทับด้วยเสื้อไหมพรมปิดท้ายด้วยเสื้อขนเป็ด นอกจากนี้ควรมีอุปกรณ์กันหนาวต่างๆ

และสุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเดินทางไปชมแสงเหนือ นอร์เวย์คือการวางแผนล่วงหน้า บางคนอาจจะวางแผนล่วงหน้าเป็นปี ดูพยากรณ์ล่วงหน้า รอตั๋วราคาดีๆ จองโรงแรมที่ใกล้กับที่ดูแสงเหนือไปจนถึงจองรถเช่าหรือไกด์ท้องถิ่น เพื่อนๆ ก็ลองวางแผนของตัวเองล่วงหน้าได้ ยิ่งวางแผนดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *