ทะเลหมอก กิ่วแม่ปาน

ทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน ตื่นแต่เช้าไปชม ทะเลหมอก เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในบรรยากาศสถานที่ที่หนาวติดอันดับท็อปๆ ในเมืองไทย กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่นี่เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่นักท่องเที่ยวหลายคนขึ้นไปเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก สุดอลังการกันอย่างสมใจไร่ภาสทอง ที่เที่ยวมุกดาหาร

ทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน

ทะเลหมอก กิ่วแม่ปาน

วันนี้เราตื่นแต่เช้าตีห้าครึ่งทีเดียว เพื่อจะเดินผ่านป่าเข้าไปชมทะเลหมอกสวยๆ และแสงแรกของวันที่กิ่วแม่ปาน เวลาในการเดินทางไปจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง และจะมีไกด์ชาวบ้านในพื้นที่นำเดินเพื่อลดความเสียหายของธรรมชาติ และดูแลเรื่องขยะด้วย

ค่าธรรมเนียมนำเดินเที่ยวชมกิ่วแม่ปานนั้นจะอยู่ที่กรุ๊ปละ 200 บาท กรุ๊ปนึงจะมีกี่คนก็ได้ค่ะ จะไปกันเองกับไกด์แค่ 2-3 คน หรือ จะรวมกลุ่มไปเป็น 10 คนก็ได้เลย เงิน 200 บาทที่ได้จากการนำเดินชม ไกด์ชาวบ้านจะนำไปเพื่อรักษาธรรมชาติ และทำแนวกั้นไฟให้ป่านั่นเอง

หลังจากที่ได้ลงชื่อเข้าเดินศึกษาธรรมชาติแล้ว ก็มีพี่ไกด์มาคอยแนะนำไปตลอดทางค่ะ เราจะเดินขึ้นไปชมทั้งหมด 21 จุดด้วยกัน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรในแนวดิ่ง แต่เราเดินในแนวราบเลยกลายเป็น 5 กิโลเมตรนิดๆ ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินชิลสบายๆ จ้า

น้ำตกลานเสด็จ 

เดินเข้ามาด้านในป่า บอกเลยว่า ชุ่มชื่นมากค่ะ สีเขียวขจีไปรอบบริเวณ แม้อากาศจะหนาว และชื้นมากๆ ก็รู็สึกดีสุดๆ อีกทั้งเรายังเดินผ่าน น้ำตกลานเสด็จ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางที่เราเริ่มเดินเข้ามาค่ะ ตรงนี้เล่นน้ำไม่ได้นะจ๊ะ ได้แต่ถ่ายรูปสวยๆ เขียวขจีแบบนี้เก็บไว้แทน ไฮไลท์ของการมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้จะอยู่ที่ จุดชมวิวที่ 9 ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมาถ่ายรูปสวยๆ กับทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเองค่ะ สำหรับจุดอื่นๆ ก็จะเป็นการเดินชมศึกษาธรรมชาติไปเรื่อยๆ โดยจะมีพี่ไกด์คอยอธิบายแต่ละจุดเป็นอย่างดี มีอะไรสงสัยถามพี่เขาได้ตลอดทางเลย

ทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน

เดินเพลินๆ มาเรื่อยๆ เราก็มาถึงจุดที่ 9 ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องเช็คอินของกิ่วแม่ปานกันแล้ว ตรงนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และ ทะเลหมอก  ตรงนี้เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ซึ่งจะเห็นภูเขาสูงซึ่งเป็นปลายๆ ของ เทือกเขาหิมาลัย ปกคุลมไปด้วยเมฆหมอกที่สวยงามราวกับภาพวาดทีเดียว เราเลยใช้เวลาตรงนี้ค่อนข้างนานหน่อย ต่อคิวกันถ่ายรูปค่ะ มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วยนะ ได้ภาพสวยอลังการแน่นอน

กิ่วแม่ปาน

ต่อมาก็จะเป็นการเดินตามแนวสันเขาค่ะ จะไม่อันตรายเลยถ้าปฏิบัติตัวตามที่พี่ไกด์บอก เดินเป็นแถวเรียงเดี่ยวกันลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็แวะชมธรรมชาติตามทางไปค่ะ จะมีทั้ง กุหลาบพันปี ที่ขึ้นมาชูกิ่งก้าน ดอกสีแดงบายสวยรับลมหนาว และทุ่งหญ้าสวยๆ ตามทางไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดชมวิวอีกแห่งที่จะมองเห็น พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่คู่กันสวยงาม ค่ะ แต่จังหวัดนี้แอบย้อนแสงหน่อยๆ

หลังจากชมพระธาตุทั้ง 2 แล้ว ทางต่อไปจะเป็นทางเดินสลับขึ้นลงเขาสัก 3-4 รอบค่ะ ระหว่างทางก็ยังคงมีป่าเขียวให้ได้รับอากาศดีๆ เข้าปอดไปเหมือนกัน อากาศยังคงหนาวเหมือนเดิม และจะมีจุดนั่งพักอยู่เป็นระยะ การเดินขึ้นๆ ลงๆ เขาเลยไม่ได้ยากลำบากมากค่ะ ค่อยๆ เดิน เหนื่อยก็พักไปเรื่อยๆบาคาร่า

จนมาถึงจุด 21 ซึ่งไกด์ก็จะสรุปเส้นทางที่เราเดินมาทั้งหมดให้ฟัง พร้อมพูดถึงความสำคัญของการมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แบบนี้ให้เราฟังอย่างย่อๆ อีกด้วย เป็นอันจบเส้นทาง กิ่วแม่ปาน ในครั้งนี้ค่ะ หวังว่าครั้งหน้า หรือครั้งไหนๆ จะได้มากลับมาเดินขออากาศดีๆ จากผืนป่ามาฟอกปอดอีกครั้ง

การเตรียมตัวก่อนไปกิ่วแม่ปาน

  • ทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนี้ค่อนข้างเดินง่ายค่ะ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่ก็ควรระวังในเรื่องของรองเท้าเล็กน้อย ควรเป็นรองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะกับพื้นพอตัว เพราะด้วยความชื้นของป่าอาจจะทำให้ลื่นได้ง่ายค่ะ
  • เวลาที่เหมาะสมของการเดินชมจะแบ่งออกเป็น ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น คือ เริ่มเดินในเวลาประมาณ ตี 5 หรือ ตี 5 ครึ่ง แต่ถ้าอยากไปชมทะเลหมอกเฉยๆ เริ่มเดินเวลาประมาณ 6 โมง ถึง 6 โมงครึ่ง ก็จะถึงจุดชมวิวได้เห็นทะเลหมอกก่อนจะหายไปค่ะ (แล้วแต่สภาพอากาศของแต่ละวัน)
  • อากาศด้านบนค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง ควรใส่เสื้อกันหนาว ถุงเท้า และหมวกไปด้วย
  • พกน้ำเปล่าขวดเล็กไว้ดื่มระหว่างทางเดิน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *