SWEET & SOUR รักหวานอมเปรี้ยว

SWEET & SOUR รักหวานอมเปรี้ยวSWEET & SOUR รักหวานอมเปรี้ยว

SWEET & SOUR รักหวานอมเปรี้ยว เมื่อต้องเผชิญกับโอกาสและความท้าทายในโลกแห่งความเป็นจริง คู่รักหลายคู่ต้องเผชิญบททดสอบ ในการรักษาความสัมพันธ์เมื่อต้องอยู่ไกลกัน จนอาจจะเข้าทำนองรักแท้แพ้ระยะทางซะอย่างนั้น ซึ่งชีวิตก็มักจะมีบททดสอบมาวัดใจกันเล่น ๆ แบบนี้แหละ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นดราม่าคอมเมดี้ รักสามเส้า ที่ใช้บททดสอบนี้มาเป็นเส้นเรื่องได้ร้ายกาจไม่ใช่เล่น

กลุ่มคนดูที่อยู่ในวัยทำงาน หรือกระทั่งวัยเรียนก็ตาม ที่เคยมีความสัมพันธ์ระยะไกลหรือเรื่องเวลาไม่ตรงกัน โดยเฉพาะสาเหตุจากเรื่องงานหรือการเรียนต่อ ก็อาจจะอินหรือเข้าใจตัวละครได้ไม่ยาก กล่าวคือ เราจะเห็นตัวเองในจางฮยอกที่ต้องเดินทางไกล ตื่นเช้ามืด ไปตรากตรำทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อความมั่นคง และต้องฝ่าฟันรถติดไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานอย่างเหนื่อยล้า พอถึงบ้านก็ไม่อยากทำอะไรแม้แต่จะเสวนากับคนที่รออยู่ที่บ้าน ในขณะเดียวกัน เราก็จะเห็นตัวเองในตัวดาอึนที่ต้องอดทนกับความไม่แน่นอนของอีกฝ่ายอย่างเหงา ๆ เฝ้ารอวันที่จะได้เจอและใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัด

โดยส่วนตัว เราโอเคกับสตอรี่ของหนังเกือบทั้งหมด เพราะมันค่อนข้างเรียล ถ้าหนังไม่เลือกที่จะจบแบบเซอร์เรียลโดยการ “แกงคนดู” แบบนี้ เราก็อาจจะชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย แต่พอหนังดันเลือกที่จะจบแบบนี้ มันก็ทำให้เราไม่ชอบ มองมันเป็นหนังที่เขียนบทและตัดต่อแบบ “ราคาถูก” ไปเลย (ไม่เกี่ยวกับการ “ถูกแกง” นะ เพราะเราดูแนวพล็อตทวิสต์มาเยอะ ก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดที่ถูกแกง อันไหนดี เราก็ว้าว เช่น Shutter Island เป็นต้น)

เมื่อดูจบแล้ว เราจึงสรุปได้ว่าหนัง Sweet & Sour ที่ตั้งใจจะเล่าถึงคู่รักที่ความรักที่เคยหวานฉ่ำกำลังจะเปรี้ยวเพราะถึงวันหมดอายุ ก็กลายเป็นว่า Sweet & Sour ก็คือนิยามของตัวหนังเองนั่นแหละ ที่ตอนแรกหวานอร่อยอยู่ดี ๆ แล้วสุดท้ายก็มาเปรี้ยว หรือ “บูดเสีย” เสียเองนั่นเอง

เนื้อเรื่องเริ่มต้นที่การพบกันของคนไข้และผู้ช่วยพยาบาล จนเกิดเป็นความรักเข้าจนได้ ‘อีจางฮยอก’ (อีวูเจ) วิศวกรหุ่นอวบอั๋นที่เพิ่งได้งานหมาด ๆ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคไวรัสตับอักเสบB ระหว่างนั้น ‘ดาอึน’ (แชซูบิน) พยาบาลสาวได้ดูแลเขาเป็นอย่างดีจนเกิดความประทับใจ และแน่นอนเขาปิ๊งเธอเข้าเต็มเปา เพราะเธอช่างเฟรนด์ลี ขี้เล่น ดาอึนขอเรียกเขาว่า ‘พี่ฮยอก’ ซึ่งเขาก็ยินยอมด้วยความยินดี

ความรักครั้งนี้ทำให้ ‘เขา’ ตัดสินใจแล้วว่า จะลดความอ้วนและมีสุขภาพที่ดีเพื่อ ‘เธอ’ ให้ได้ ภาพยนตร์ทำให้เราเห็นว่า เขาทำได้จริง ๆ เมื่อรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเปลี่ยนแปลงไปตามความตั้งใจ กลายเป็นหนุ่มหล่อ สุขภาพดี ไม่กินขนมหวาน ‘จางฮยอก’ (จางกียง) กลายเป็นวิศวกรอนาคตไกล ฝีมือโดดเด่นจนหัวหน้างานสนับสนุนให้ไปพิสูจน์ฝีมือที่บริษัทใหญ่ยักษ์ในกรุงโซล

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เขาและ ดาอึน แฟนสาวต้องอยู่ไกลกัน งานหนัก ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แถมยังต้องห่างจากแฟนสาว ไม่มีเวลาเจอกันได้อย่างใจเหมือนเคย ซ้ำยังต้องมาเจอกับ ‘โบยอง’ (คริสตัล ช็อง) ผู้หญิงที่เป็นทั้งคู่แข่งและเพื่อนร่วมงานในเวลาเดียวกันอีก จนในที่สุดความรักที่ว่าแน่ก็ต้องแพ้ ระยะทาง

SWEET & SOUR

เส้นเรื่องง่าย ๆ ที่เล่าเรื่องได้ร้ายกาจ

ภาพยนตร์เรื่องนี้หยิบเอาความเป็นจริง ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคู่รักหลายคู่ในโลกใบนี้ ‘รักแท้มักแพ้ระยะทาง’ ประโยคนี้สามารถใช้ได้ชะงัดนักกับใครบางคน บางคู่ที่หัวใจไม่มั่นพอ ก็ถ้ารักกันจริง มั่นคงหนักแน่นจะมีอะไรมาชนะความรักของเราได้ล่ะจริงไหม ระยะทางไกล ๆ กับงานเหนื่อย ๆ ที่ว่า จึงมักจะถูกหยิบเอามาเป็นข้ออ้างของมนุษย์รักแท้แพ้ใกล้ชิดอยู่บ่อย ๆ

เรื่องราวรักสามเส้าจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้า ‘เขา’ ไม่ปันใจ หนังจั่วหัวมาแล้วว่าเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยวกับรักสามเส้าเราสามคน ของหนุ่มสาววัยทำงานเคสหนึ่ง ที่เริ่มต้นความรักด้วยความประทับใจ หวานชื่น ละมุนละไมและชวนยิ้มเป็นที่สุด จนอาจจะเป็นกำลังใจให้ใครหลายคนลุกขึ้นมาดูแลตัวเองเพื่อคนที่คุณรัก จากการที่ เขา พยายามลดความอ้วนเพื่อ เธอ

หนังใช้การเปิดเผยความจริงที่ว่า โลกใบนี้ดำเนินไปด้วยการแข่งขัน โดยเฉพาะในสังคมของการทำงานที่ต้องการความมั่นคงก้าวหน้า ใครล่ะจะไม่อยากแอกทีฟ ใครล่ะจะไม่อยากพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น พระเอกของเรื่องนี้จึงทุ่มเทความสามารถเพื่อให้เขาเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการยอมรับ และสาเหตุของการปันใจคือความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และเอาความเหนื่อยเป็นข้ออ้างจนอาจหลงลืมไปว่า เขาไม่ใช่คนที่เหนื่อยเป็นอยู่คนเดียว

เป็นการใช้พล็อตย่อยง่ายที่ทัชใจใครหลายคน เพราะเรื่องราวแบบนี้มักจะเป็นเหตุการณ์ที่คู่รักมากมายต้องเคยประสบ จะบอกว่าใช้พล็อตตลาดก็ตอบว่าใช่ แต่ที่ใช่มากกว่านั้นก็คือ พล็อตแบบนี้มันคือเรื่องจริง ถึงจะง่ายต่อการทำความเข้าใจ ง่ายต่อการรู้สึกร่วม แต่จะทำยังไงให้ความง่ายที่ว่ามันน่าสนใจและแปลกไปจากเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำได้ด้วยการเล่ามันออกมาง่าย ๆ ได้ร้ายกาจทีเดียวละ

Sweet & Sour : รักหวานอมเปรี้ยว ผลงานของผู้กำกับ อีกเยบยอก จาก Luck-Key ( 2016 ) และ Cheer Up, Mr.Lee ( 2019 ) ว่าด้วยเรื่องราวของ จางฮยอก (รับบทโดย จางกียง) พนักงานออฟฟิศที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานเพื่ออนาคต แต่ขณะเดียวกันก็พลีกายถวายหัวให้กับความรักเพื่อสร้างครอบครัวร่วมกับ ดาอึน (รับบทโดย แชซูบิน) พยาบาลสาวที่ทำงานอย่างหนัก

จากการพบกันโดยบังเอิญในฐานะผู้ป่วยกับผู้ดูแล ทั้งสองตัดสินใจคบหาและใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างหอมหวาน จนกระทั่งจางฮยอกถูกส่งตัวไปทำงานยังสำนักงานใหญ่ของบริษัท ทำให้เขาได้พบกับ โบยอง (รับบทโดย คริสตัล) พนักงานสัญญาจ้างที่เข้ามาเติมรสเปรี้ยวให้กับชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าที่สุดแสนจะซับซ้อนจนเดาไม่ถูกเลยทีเดียวลิสต์หนังสนุกน่าดู

ตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมง หนังพาเราไปสำรวจชีวิตของคู่รักชนชั้นกลางผ่านตัวละครหลักทั้งสาม ซึ่งล้วนต้องการสร้างอนาคตด้วยการประสบความสำเร็จในการทำงาน ใช้ความสามารถปีนป่ายไปสู่ตำแหน่งที่ถาวรมั่นคง ในขณะเดียวกันก็เริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องการมีครอบครัว การจัดสรรปันส่วนเวลาชีวิตที่ต้องทุ่มเทให้กับทั้งงานและคนรักจึงเริ่มมีปัญหานั่นเอง

จางฮยอก คือตัวแทนของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องตื่นเช้า ฝ่าฟันสภาพจราจรแสนติดขัดไปทำงาน ต้องรีบกลับบ้านเพื่อจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ต่างกับ โบยอง ที่ต้องใช้ลูกล่อลูกชนในที่ทำงาน ประจบประแจงได้ต้องทำเพื่อตำแหน่งพนักงานประจำในสังคมที่มีการแข่งขันสูง ในขณะที่ ดาอึน พยาบาลสัญญาจ้างที่ต้องเข้ากะไม่เป็นเวลา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการจัดการกับกิจวัตรประจำวัน

การใช้ชีวิตของตัวละครทุกตัว กลายเป็นตัวอย่างที่ดีที่หนังสะท้อนออกมาให้เราเห็นถึง อุปสรรคของความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง พูดง่าย ๆ คือเอาชีวิตจริงของคู่รักหนุ่มสาวในสังคมปัจจุบันมาถ่ายทอดให้เราได้ดูกันนั่นแหละ บรรยากาศเหล่านี้จึงทำให้ความรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องตีความอะไรเยอะ

ข้อดีต่อมาคือเคมีของนักแสดงค่อนข้างลงตัว จางกียงซึ่งกำลังฮอตมาก ๆ จากบทจิ้งจอกเก้าหางใน ซีรีส์ My Roommate is a Gumiho ได้มาถ่ายทอดบทบาทพนักงานออฟฟิศที่เป็นปุถุชนคนธรรมดา เป็นตัวละครที่มีทั้งดีและเลว มีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ แม้บทจะพาให้เป็นหนุ่มเจ้าชู้ไม่มั่นคงในความรัก แต่ขณะเดียวกันบางฉากบางตอนก็มีความยับยั้งชั่งใจ คาดเดายาก เรื่องนี้ต้องมาประกบกับนักแสดงสาวสองคนทั้ง แชซูบินและคริสตัล ก็ถือว่าทั้งสามเป็นนักแสดงมากฝีมือแถมเคมีเรี่ยราด ซีนคู่กันในเรื่องนี้อาจจะทำให้หลายคนเลือกทีมไม่ถูกกันเลยทีเดียว

จุดพิจารณาเป็นการเล่าเรื่องของหนังมิได้มีความหวือหวาตอนต้นถึงกึ่งกลางเรื่อง มอง ได้เรื่อยขาดความระทึกใจไปสักนิดสักหน่อยจำพวกของหนังเป็น โรแมนติก – คอมเมดี้ ในส่วนฉากแฟนแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์นักแต่ว่าสร้างออกมาได้ดิบได้ดี ส่วนคอมเมดี้ความเป็นจริงยังขาดสีส้นความขบข้น รวมทั้งบางฉากค่อนข้างจะจืดจางไปเสียด้วยซ้ำ ดังนี้ มิได้ ถึงกับน่ารำคาญจนกระทั่งจะต้องเทไม่มองต่อ เพราะว่าที่สุดแล้วช่วงท้ายก็กลับมาขมวดปม ด้วยบรรยากาศดราม่าน้อยก่อนที่จะตีตื้น เรียกความระที่กใจกลับมาได้ ทันตามกำหนด

ในส่วนท้ายบอกเลยว่าเป็น หนังรักสามเส้า ที่เล่าได้แปลกกว่าเรื่องอื่น จนกระทั่งด้วย การหักมุมแรงแซงทางโค้งหักประเภทที่ จำเป็นต้องร้องอู้หูกันอย่างยิ่งจริงๆ ใคร่รู้ว่า จะโดนแกงแบบไหนจำต้องไปดูกันเอาเอง

โดยรวมถือเป็นหนังรักโรแมนติกที่ภาพรวมไม่หวือหวาแต่มีเอกลักษณ์ พล็อตเรื่องไม่แปลกใหม่แต่ได้ข้อคิดเรื่องชีวิตคู่ในสังคมปัจจุบัน ใครเป็นแฟนคลับของนักแสดงนำทั้งสามถือว่าไม่ผิดหวังแน่นอน สามารถรับชมภาพยนตร์ Sweet & Sour: รักหวานอมเปรี้ยว ได้ทาง ดูหนังออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน บนเว็บไซต์ หรือผ่านกล่องรับสัญญาณ  ดูแล้วอย่าลืมเช็คอายุความรัก หมั่นเติมความหวานให้กันอย่างสม่ำเสมอ ขอให้เจอความรักดี ๆ กันทุกคนเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *